วันนี้มีอะไรที่ ไลน์ 2 (งานเข้าเยอะ)
นายตำรวจหนุ่มวิ่งไล่ยิงโจรที่วิ่งหนีไปทางแม่น้ำแห่งหนึ่ง
ทันใดนั้นปืน .38 ของหลวงก็หลุดมือจมลงน้ำไป
ตำรวจหนุ่มทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งกลุ้มใจอยู่ริมน้ำ
ทันใดนั้นเอง..เทวดาก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วถามว่า ' มีปัญหาอะไรรึ '
' ปืนหลวงของผมตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมาก
กลับไปผมจะต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวน ต้องถูกพิจารณาลงโทษทางวินัย และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกด้วย
'
เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพักแล้วขึ้นมาพร้อมกับปืนลูกโม่ทำด้วยทองคำ
' เอ้า!! ปืนกระบอกนี้ใช่ของเจ้ารึไม่ ?' เทวดาถามตำรวจหนุ่ม
' ไม่ใช่ครับ '
เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้ง กลับขึ้นมาพร้อมกับปืนทำด้วยเงิน
' เอ้า!! แล้วอันนี้หล่ะใช่ของเจ้ารึไม่ ?'
' ไม่ใช่ครับ ปืนหลวงของผมทำด้วยเหล็กรมดำสภาพเก่าๆ
ไม่ได้ทำด้วยเงินหรือทอง '
เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับปืนหลวง
อาวุธคู่มือของตำรวจหนุ่ม
' เอ้า ปืนคู่มือของเจ้า แต่..
เราเห็นเจ้าเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่โกหก เราจะให้ปืนเงินกับปืนทองคำแก่เจ้าไปด้วย
เพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี '
ตำรวจหนุ่มจึงรับปืนทั้งสามกระบอกไว้แล้วกลับบ้านด้วยความสุข
หนึ่งเดือนต่อมา ............
ระหว่างที่ตำรวจหนุ่มกำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำพร้อมกับภรรยาของเขาอยู่นั้น
ภรรยาก็ลื่นตกน้ำไป ตำรวจหนุ่มทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งเสียใจอยู่ริมน้ำ
ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง
' เอ้า!! คราวนี้เจ้ามีปัญหาอะไรรึ '
' ภรรยาของผมลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ครับ '
ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป
และขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาทรวดทรงเหมือนกับอั้มพัชราภายังไงยังงั้น
' ผู้หญิงคนนี้ใช่ภรรยาเจ้ารึไม่ ?'
'ใช่แล้วครับ' ตำรวจหนุ่มตอบทันที
เทวดาจึงโกรธมาก เพราะเห็นว่าตำรวจหนุ่มโกหก
และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน
' ขออภัยด้วยครับ..ท่านเทวดา
มันเป็นการเข้าใจผิดโปรดฟังผมชี้แจงก่อน '
ตำรวจหนุ่มรีบชี้แจงทันใด
' ถ้าเกิดผมตอบว่า..ไม่ใช่
ผมเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงที่หน้าตาและหุ่นเหมือนกับแพนเค้ก
และเมื่อผมปฏิเสธอีก ท่านก็คงจะดำลงไปอีกครั้ง
แล้วนำภรรยาตัวจริงของผมขึ้นมา
สุดท้าย..ท่านก็คงจะมอบผู้หญิงอีก 2 คนนั้นให้กับผมด้วย
เพื่อตอบแทนที่ผมไม่โกหก
แต่ว่า...ผมเป็นแค่ตำรวจชั้นผู้น้อยจะมีปัญญาอะไรไปหาเงินเลี้ยงภรรยาพร้อมกัน
3 คนได้...ผมจึงจำเป็นต้องตอบว่า ใช่ ตั้งแต่แรก '
เทวดา: ' เออ!!! จริงของมึง '
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ...
เมื่อใดที่เจ้าพนักงานตำรวจจำเป็นต้องโกหก แสดงว่า
เขาจะต้องมีเหตุผลที่จำเป็น และมีเจตนาดีเสมอ
...................................................
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปร้านขายยาแล้วบอกเภสัชกรว่า
"ขอซื้อถุงยางหน่อยครับ
ผมจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านแฟนคืนนี้อาจมีเฮก็ได้"
เภสัชกรก็ยื่นถุงยางให้ชายหนุ่มในขณะที่กำลังจะเดินออกจากนอกร้านชายหนุ่มก็หันหลัง
กลับพร้อมบอกว่า
"ผมขอซื้อเพิ่มอีกหนึ่งเพราะว่าน้องสาวของแฟนผมก็น่ารักเวลาเจอผม
เธอมักจะไขว้ขาให้ท่า ผมว่าผมอาจโชคดีคืนนี้"เภสัชก็ยื่นถุงยางให้ชิ้นที่สอง
ในขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังเดินออกจากร้านเขาก็หันกลับมาอีกครั้งแล้วบอกว่า
"เออ..ผมว่าผมขออีกอันดีกว่า
เพราะว่าแม่ของแฟนผมก็ยังสวยน่ารัก
เวลาเจอกันเธอชอบ สบตาผม
นอกจากนี้เธอเป็นคนเชิญผมไปทานข้าวเย็นเผลอ ๆ
อาจมีอะไรก็ได้"
ระหว่างอาหารเย็น ชายหนุ่มนั่งตรงกลางระหว่างแฟนและน้องสาวส่วนแม่แฟนนั่งตรงข้ามกันเมื่อพ่อของแฟนกลับมาชายหนุ่มก็เริ่มสวดมนต์ก่อนอาหารเย็น
"ขอพระเจ้าประทานพรและขอบคุณสำหรับ
อาหาร มื้อนี้"
สองสามนาทีผ่านไปชายหนุ่มก็ยังก้มหน้าสวดมนต์อยู่"ขอขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหาร
มื้อ นี้"
สิบนาทีผ่่านไป ชายหนุ่มยังไม่ยอมหยุดสวดมัวแต่ก้มหน้าทุกคนในโต๊ะอาหารรู้สึกแปลกใจ
แฟนสาวจึง กระซิบบอกชายหนุ่มว่า "ฉันไม่รู้เลยนะว่าคุณเคร่งศาสนาขนาดนี้"
ชายหนุ่มตอบว่า
"ผมก็ไม่รู้ว่าพ่อคุณเป็นเภสัชกร"!!??
เงิบ เลย
…………………………….
ความรัก
VS การรอคอย
ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉมเขาตระหนักถึงความสูงส่งของเธอ
เฉกเช่นเดียวกับที่ตระหนักถึงความต่ำต้อยตน แต่เขายังรวบรวมความกล้า
เดินเสี่ยงตายเข้าไปบอกเธอว่า...“รัก” และจะอยู่บนโลกต่อไปโดยไม่มีเธอไม่ได้เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า
”ถ้าสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอได้ติดต่อกัน
100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป”
ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น วันแล้ววันเล่า
คืนแล้วคืนเล่า โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน เขารอคอยในสายลมบาดผิว
รอคอยในสายฝนกระหน่ำ รอคอยในความหนาวเหน็บของหิมะ
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา
เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพรายเป็นสาย จนกระทั่งในคืนที่ 99
ทหารหนุ่ม หยุดร้องไห้...หยุดรอคอย...หยุดทุกอย่างไว้
...แล้วหันหลัง...เดินจากไป...
เรื่องนี้ไม่มีตอนจบ แต่มีบางคำถาม บางคำตอบในใจ
ความรักของเธอกับเขาอาจจะเหมือน “นาฬิกาทราย “ เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มหมดรักไปในใจอีกฝ่ายหนึ่งกลับรักขึ้นมาใหม่เต็มเปี่ยม...แต่บางทีทหารหนุ่มอาจตั้งใจแค่แสดงให้เห็นว่าเขารักเธอจริงแท้แค่ไหน...
แค่พิสูจน์ให้เห็น แต่ไม่ต้องการ ครอบครองไว้
หรือบางทีเขาอาจเสียใจ...ต้องตัดใจจากไปเพราะรักเขาถูกทำร้ายย่ำยี
หรือบางทีเป็นเจ้าหญิงเองที่เสียใจ
เพราะไม่เคยมีใครรักเธอได้อีกถึงเพียงนี้...
ความรัก เป็นสิ่งที่ออกแบบไม่ได้
ความรัก เป็นเรื่องที่บังคับใจกันไม่ได้...ความรัก ที่บริสุทธิ์ คือ
การให้... ให้โดยที่ไม่หวังว่าจะได้อะไรตอบแทน ....แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ผู้ที่ให้มักจะหวังอยู่ลึกๆ
ที่จะได้ความรักเป็นสิ่งตอบแทน..เสมอ.. และเมื่อเค้าได้ ความรัก
กลับมาแล้ว
มีเพียงน้อยคนนักที่จะสามารถให้ในลักษณะนี้ได้ตลอดไป...ความอดทนอยู่คู่กับความรักไม่ได้
แต่ความเข้าใจต่างหากที่ควรเคียงคู่กันไป...
ถูกต้องที่ “เวลา”
เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะความรัก...
การประคองให้รักกันได้ตลอดไป
เป็นสิ่งที่ยากกว่าการจะทำอย่างใรให้รักกัน....
เจ้าหญิงไม่ผิด และ ทหารผู้นี้ก็ไม่ผิด เพียงแต่เวลาของ ความรัก
ของสองคนนี้... ไม่เท่ากันเท่านั้นเอง
เราจะรู้ค่าของสิ่งของสิ่งหนึ่ง เมื่อเราได้รู้ว่า เรา.. “ได้เสียมันไปแล้ว”
……………………………………………….
No comments:
Post a Comment