Tuesday, July 22, 2014

วันนี้มีอะไรที่ ไลน์ 2 (งานเข้าเยอะ)

นายตำรวจหนุ่มวิ่งไล่ยิงโจรที่วิ่งหนีไปทางแม่น้ำแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นปืน .38 ของหลวงก็หลุดมือจมลงน้ำไป

ตำรวจหนุ่มทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งกลุ้มใจอยู่ริมน้ำ

ทันใดนั้นเอง..เทวดาก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วถามว่า ' มีปัญหาอะไรรึ '

' ปืนหลวงของผมตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมาก กลับไปผมจะต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวน ต้องถูกพิจารณาลงโทษทางวินัย และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกด้วย '

เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพักแล้วขึ้นมาพร้อมกับปืนลูกโม่ทำด้วยทองคำ

' เอ้า!! ปืนกระบอกนี้ใช่ของเจ้ารึไม่ ?' เทวดาถามตำรวจหนุ่ม

' ไม่ใช่ครับ '

เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้ง กลับขึ้นมาพร้อมกับปืนทำด้วยเงิน

' เอ้า!! แล้วอันนี้หล่ะใช่ของเจ้ารึไม่ ?'

' ไม่ใช่ครับ ปืนหลวงของผมทำด้วยเหล็กรมดำสภาพเก่าๆ ไม่ได้ทำด้วยเงินหรือทอง '

เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับปืนหลวง อาวุธคู่มือของตำรวจหนุ่ม

' เอ้า ปืนคู่มือของเจ้า แต่.. เราเห็นเจ้าเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่โกหก เราจะให้ปืนเงินกับปืนทองคำแก่เจ้าไปด้วย เพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี '

ตำรวจหนุ่มจึงรับปืนทั้งสามกระบอกไว้แล้วกลับบ้านด้วยความสุข

หนึ่งเดือนต่อมา ............    

ระหว่างที่ตำรวจหนุ่มกำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำพร้อมกับภรรยาของเขาอยู่นั้น ภรรยาก็ลื่นตกน้ำไป ตำรวจหนุ่มทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งเสียใจอยู่ริมน้ำ

ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง

' เอ้า!! คราวนี้เจ้ามีปัญหาอะไรรึ '

' ภรรยาของผมลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ครับ '

ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป และขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาทรวดทรงเหมือนกับอั้มพัชราภายังไงยังงั้น

' ผู้หญิงคนนี้ใช่ภรรยาเจ้ารึไม่ ?'

'ใช่แล้วครับ' ตำรวจหนุ่มตอบทันที

เทวดาจึงโกรธมาก เพราะเห็นว่าตำรวจหนุ่มโกหก และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน

' ขออภัยด้วยครับ..ท่านเทวดา มันเป็นการเข้าใจผิดโปรดฟังผมชี้แจงก่อน '

ตำรวจหนุ่มรีบชี้แจงทันใด

' ถ้าเกิดผมตอบว่า..ไม่ใช่ ผมเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงที่หน้าตาและหุ่นเหมือนกับแพนเค้ก

และเมื่อผมปฏิเสธอีก ท่านก็คงจะดำลงไปอีกครั้ง แล้วนำภรรยาตัวจริงของผมขึ้นมา

สุดท้าย..ท่านก็คงจะมอบผู้หญิงอีก 2 คนนั้นให้กับผมด้วย เพื่อตอบแทนที่ผมไม่โกหก

แต่ว่า...ผมเป็นแค่ตำรวจชั้นผู้น้อยจะมีปัญญาอะไรไปหาเงินเลี้ยงภรรยาพร้อมกัน 3 คนได้...ผมจึงจำเป็นต้องตอบว่า ใช่ ตั้งแต่แรก '

เทวดา: ' เออ!!! จริงของมึง '

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ...

เมื่อใดที่เจ้าพนักงานตำรวจจำเป็นต้องโกหก แสดงว่า เขาจะต้องมีเหตุผลที่จำเป็น และมีเจตนาดีเสมอ

...................................................



ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปร้านขายยาแล้วบอกเภสัชกรว่า

"ขอซื้อถุงยางหน่อยครับ ผมจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านแฟนคืนนี้อาจมีเฮก็ได้"

เภสัชกรก็ยื่นถุงยางให้ชายหนุ่มในขณะที่กำลังจะเดินออกจากนอกร้านชายหนุ่มก็หันหลัง

กลับพร้อมบอกว่า

"ผมขอซื้อเพิ่มอีกหนึ่งเพราะว่าน้องสาวของแฟนผมก็น่ารักเวลาเจอผม

เธอมักจะไขว้ขาให้ท่า ผมว่าผมอาจโชคดีคืนนี้"เภสัชก็ยื่นถุงยางให้ชิ้นที่สอง

 

ในขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังเดินออกจากร้านเขาก็หันกลับมาอีกครั้งแล้วบอกว่า

"เออ..ผมว่าผมขออีกอันดีกว่า เพราะว่าแม่ของแฟนผมก็ยังสวยน่ารัก

เวลาเจอกันเธอชอบ สบตาผม นอกจากนี้เธอเป็นคนเชิญผมไปทานข้าวเย็นเผลอ ๆ

อาจมีอะไรก็ได้"

ระหว่างอาหารเย็น ชายหนุ่มนั่งตรงกลางระหว่างแฟนและน้องสาวส่วนแม่แฟนนั่งตรงข้ามกันเมื่อพ่อของแฟนกลับมาชายหนุ่มก็เริ่มสวดมนต์ก่อนอาหารเย็น

"ขอพระเจ้าประทานพรและขอบคุณสำหรับ อาหาร มื้อนี้"

 

สองสามนาทีผ่านไปชายหนุ่มก็ยังก้มหน้าสวดมนต์อยู่"ขอขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหาร มื้อ นี้"

 

สิบนาทีผ่่านไป ชายหนุ่มยังไม่ยอมหยุดสวดมัวแต่ก้มหน้าทุกคนในโต๊ะอาหารรู้สึกแปลกใจ

แฟนสาวจึง กระซิบบอกชายหนุ่มว่า "ฉันไม่รู้เลยนะว่าคุณเคร่งศาสนาขนาดนี้"

ชายหนุ่มตอบว่า

"ผมก็ไม่รู้ว่าพ่อคุณเป็นเภสัชกร"!!??

เงิบ เลย

…………………………….


ความรัก VS การรอคอย

ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉมเขาตระหนักถึงความสูงส่งของเธอ เฉกเช่นเดียวกับที่ตระหนักถึงความต่ำต้อยตน แต่เขายังรวบรวมความกล้า เดินเสี่ยงตายเข้าไปบอกเธอว่า...“รัก” และจะอยู่บนโลกต่อไปโดยไม่มีเธอไม่ได้เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า

”ถ้าสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอได้ติดต่อกัน 100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป”

ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน เขารอคอยในสายลมบาดผิว รอคอยในสายฝนกระหน่ำ รอคอยในความหนาวเหน็บของหิมะ

วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา

เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพรายเป็นสาย จนกระทั่งในคืนที่ 99

ทหารหนุ่ม หยุดร้องไห้...หยุดรอคอย...หยุดทุกอย่างไว้ ...แล้วหันหลัง...เดินจากไป...

เรื่องนี้ไม่มีตอนจบ แต่มีบางคำถาม บางคำตอบในใจ ความรักของเธอกับเขาอาจจะเหมือน “นาฬิกาทราย “ เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มหมดรักไปในใจอีกฝ่ายหนึ่งกลับรักขึ้นมาใหม่เต็มเปี่ยม...แต่บางทีทหารหนุ่มอาจตั้งใจแค่แสดงให้เห็นว่าเขารักเธอจริงแท้แค่ไหน... แค่พิสูจน์ให้เห็น แต่ไม่ต้องการ ครอบครองไว้ หรือบางทีเขาอาจเสียใจ...ต้องตัดใจจากไปเพราะรักเขาถูกทำร้ายย่ำยี

หรือบางทีเป็นเจ้าหญิงเองที่เสียใจ เพราะไม่เคยมีใครรักเธอได้อีกถึงเพียงนี้...

ความรัก เป็นสิ่งที่ออกแบบไม่ได้

ความรัก เป็นเรื่องที่บังคับใจกันไม่ได้...ความรัก ที่บริสุทธิ์ คือ การให้... ให้โดยที่ไม่หวังว่าจะได้อะไรตอบแทน ....แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่ให้มักจะหวังอยู่ลึกๆ

ที่จะได้ความรักเป็นสิ่งตอบแทน..เสมอ.. และเมื่อเค้าได้ ความรัก กลับมาแล้ว มีเพียงน้อยคนนักที่จะสามารถให้ในลักษณะนี้ได้ตลอดไป...ความอดทนอยู่คู่กับความรักไม่ได้ แต่ความเข้าใจต่างหากที่ควรเคียงคู่กันไป...

ถูกต้องที่ “เวลา” เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะความรัก...

การประคองให้รักกันได้ตลอดไป เป็นสิ่งที่ยากกว่าการจะทำอย่างใรให้รักกัน....

เจ้าหญิงไม่ผิด และ ทหารผู้นี้ก็ไม่ผิด เพียงแต่เวลาของ ความรัก ของสองคนนี้... ไม่เท่ากันเท่านั้นเอง

เราจะรู้ค่าของสิ่งของสิ่งหนึ่ง เมื่อเราได้รู้ว่า เรา.. “ได้เสียมันไปแล้ว”

……………………………………………….

 

No comments:

Post a Comment